[SF] Last, First kiss Part IV [HoSoo]
posted on 15 Jan 2008 19:16 by shinzoo in --FanFiction--
Title : [SF] Last, First kiss
State : Part 4
Couple : Yoonho + Junsoo
Author : yunho_prince
Rate : G
Author’s Talk :รอลุ้นกันต่อไปว่ามันจะมีสเปเชียลพาร์ทอย่างที่รีเควสกันมั้ย ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
BGM : Kim Jong Kook - HanNamja (One Man)
http://www.mediafire.com/?cjmofy3oyg1
แสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านผืนใหญ่สีครีมตรงระเบียงเข้ามา ทำให้ผมรู้สึกตัวอีกครั้ง ผมตื่นมาพร้อมกับอาการปวดตุบที่ในหัว ราวกับว่ามีเข็มซักพันเล่มกำลังทิ่มแทงอยู่ มันทรมานซะยิ่งกว่าการที่ผมเคยโดนจับหัวกระแทกกับผนังซะอีก เลยได้แต่ทนกับความทรมานไปพร้อมๆกับการทึ้งหัวตัวเอง ….ผมเจ็บปวดเหลือเกิน
วันนี้มันเป็นวันธรรมดาไม่ใช่เหรอ แต่ดูท่าแล้วเหมือนเขายังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน เขาดีกับผมเหลือเกิน แต่ผมไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้รู้เลยว่า...เขาต้องการอะไรจากผม ผมแอบเหลือบมองใบหน้าของคุณยุนโฮอยู่นานจนแทบจะลืมความเจ็บปวดของตัวเองไปเสียสนิท
ปอยผมที่ลงมาปรกอยู่ตรงหน้าผาก ดวงตาคู่เล็กที่ปิดสนิทจนเกือบจะเป็นเส้นตรงที่มักจะส่งผ่านอารมณ์และความรู้สึกของเขาให้ผมได้รู้เสมอ จมูกโด่งเป็นสันที่ผมกลัวว่าซักวันนึงมันจะหักลงมา ไล่ไปจนถึงริมฝีปากอิ่มที่วันนี้มันดูจะออกสีช้ำๆกว่าปกติ ผมไม่เคยรักเขาเพียงเพราะรูปร่างภายนอกหรือหน้าตาของเขาแต่ผมรักเขาที่จิตใจที่แสนจะดีของเขาต่างหาก
ได้แต่ลองถามตัวเองดูว่าถ้าหากวันนึงตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นหน้าเขา.....ผมจะรู้สึกยังไง? ตอบได้ทันทีว่ามันคงจะรู้สึกแปลกๆเหมือนส่วหนึ่งของชีวิตขาดหายไป แต่สำหรับเขาล่ะ? จะเป็นเหมือนกันบ้างมั้ย?
“อ๊ะ!”
ไอ้อาการบ้าๆนั่นกลับมาอีกครั้ง น่าแปลกที่อาการของโรคนี้มันกลับกำเริบหนักกว่าทุกครั้งที่ผมเป็น ผมต้องผ่านมันไปให้ได้เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง.........แต่เพื่อเขาคนนี้ด้วย.........
สงสัยเพราะเสียงร้องของผมเมื่อครู่จะทำให้คุณยุนโฮตื่น เพราะพอผมเงยหน้าขึ้นมาปลายจมูกของเราก็สัมผัสกันพอดีและรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของคนตรงหน้า รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
“ปวดมากมั้ย?”
ผมจ้องเข้าไปในดวงตาของจุนซู พยายามบอกให้เขารู้ว่าผมเจ็บมากกว่าเขาหลายเท่า แต่พอเหลือบไปเห็นกลีบกุหลาบสีช้ำแล้วก็ไม่กล้าสู้หน้า รสชาติความหอมหวานมันยังคงแผ่ซ่านติดอยู่ทั่วลิ้น
“ผมหายแล้วล่ะ...ว่าแต่คุณยุนโฮเถอะไม่ไปทำงานหรือครับ?”
คนตรงหน้าพยายามทำน้ำเสียงให้ดูร่าเริงมากที่สุด แถมด้วยการกระเถิบเข้ามาหา ซบหน้าลงบนบ่ากว้างแล้วกอดผมเอาไว้แน่น ผิวของคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าผมหอมชวนเคลิมเคลิ้มอยู่ตลอดเวลาถึงแม้ว่าจะไม่เคยใส่น้ำหอมเลยก็ตาม ขนาดไม่สบายแล้วยังจะมีแรงมาอ้อนจนผมไม่แน่ใจนักว่าจะอดใจได้นานขนาดไหน
“ถ้านายยังไม่หายดีฉันก็จะอยู่เป็นเพื่อน ไง?ไม่ดีเหรอ?”
มือใหญ่หนายกขึ้นลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลไหม้อย่างเอ็นดู ในใจก็เอาแต่แอบคิดว่าถ้าจุนซูส่องกระจกแล้วเห็นสัญลักษณ์ที่เขาตีตราของเอาไว้เมื่อคืนจะว่ายังไง
“ผมรักคุณยุนโฮจัง”
เสียงกระซิบที่ได้ยินกันเพียงแค่สองคน แต่ในความรู้สึกมันกลับเหมือนมีนางฟ้าซักพันองค์กำลังเต้นรำอยู่ข้างๆ คำบอกรักแสนจะธรรมดาที่พร่ำบอกคนๆนี้อยู่ทุกวันของคิมจุนซู คำพูดที่ต่อให้พูดอีกซักกี่ครั้งก็ยังเต็มตื้นในหัวใจ........จองยุนโฮจะรับรู้บ้างมั้ย?
“อืม”
***************************************************
“กลับมาแล้วครับ”
คนตัวเล็กเปิดประตูบ้านเข้าไปเหมือนเช่นทุกวัน ภาพคนใจดีที่เคยยืนง่วนอยู่หน้าเตาแก๊สพร้อมกับหันหน้าเลอะๆมาส่งยิ้มให้เหมือนเช่นทุกวันแต่วันนี้กลับไม่มีให้เห็น ภายในบ้านดูเงียบจนผิดสังเกต
“คุณยุนโฮ?”
เสียงหวานลองเรียกอีกครั้ง กล้ามเนื้อหัวใจบีบแรงขึ้น รู้สึกใจไม่ค่อยดีที่เหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษแผ่นเล็กๆสีขาวที่วางอยู่บนหลังทีวี น้ำตารื้นกลบเต็มสองหน่วยตา ‘ขอโทษนะจุนซู พอดีติดราชการนอกพื้นที่ซักสองสามวัน แล้วจะกลับเร็วๆนะ^^’
เสียงสะอื้นดังกระซิกดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนของคนทั้งคู่ ภายใต้ผ้านวมผืนหนาที่เคยซุกตัวอยู่ด้วยกันทุกคืนบัดนี้กลับมีแต่ร่างเล็กๆที่กำลังร้องไห้ตัวโยนของคิมจุนซูเพียงคนเดียว น้ำตาที่ไหลพรากไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ กลิ่นอายของร่างสูงยังคงฟุ้งอยู่ทั่วผืนผ้า เพียงแค่นึกถึงก็พลันน้อยใจขึ้นมา......น้อยใจที่ทำไมไม่บอกกันตั้งแต่เมื่อวาน อย่างน้อยเขาก็จะได้เตรียมตัวถูก.....และโกรธที่ทิ้งเขาเอาไว้เพียงคนเดียว
“คุณยุนโฮบ้า...บ้าที่สุด!!”
อย่ามองโลกในแง่ร้ายขนาดนั้นเลยคิมจุนซู มันอาจจะเป็นเรื่องจำเป็นจริงๆก็ได้ อย่าทำตัวเป็นเด็กขี้แยไปหน่อยเลยน่า คุณยุนโฮคงไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งเราไว้คนเดียวหรอก
ก๊อกๆ
นั่นไง! เขากลับมาแล้ว บอกแล้วไงว่าเขาไม่มีทางทิ้งเราเอาไว้คนเดียวหรอก
“ผมโกรธ.....ชางมิน?”
น้ำเสียงแหบเล็กฟังดูผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดที่ร่างสูงของคนตรงหน้าประตูกลับไม่ใช่คนที่คิด หนุ่มน้อยหน้าประตูส่งยิ้มให้จนตาหยี
“นายลืมหนังสือประวัติศาสตร์ไว้กับฉันแน่ะ”
“เข้ามาก่อนสิ”
“ว่าแต่พี่ชายคนนั้นเค้าไม่อยู่เหรอ”
กึ้ง!!
แก้วโกโก้ร้อนสีขาวสะอาดถูกวางลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเด็กหนุ่มร่างสูงอย่างแรงจนของเหลวสีน้ำตาลหกเลอะเต็มโต๊ะไปหมด เท่าที่สังเกตจากแววตาคงจะหนีไม่พ้นคนขี้งอนคนนี้จะแอบงอนพี่ชายตัวโตที่พูดถึงเมื่อครู่ คำตอบที่ได้รับจีงเจือไปด้วยน้ำเสียงน้อยใจปนโมโห
“เขาไปทำงานน่ะ อีกสองสามวันคงจะกลับ” แล้วก็ทิ้งฉันไว้คนเดียว!!!
“อยู่ได้นะ?”
คนตัวสูงถามเพราะแอบเห็นน้ำตาที่มันรื้นขึ้นหลังจากที่เพื่อนตัวเล็กพยายามกลบเกลื่อนด้วยการก้มหน้ามองพื้น
คำถามนี้เราน่าจะได้ยินจากคนๆนั้นสิ ไม่ใช่ชางมิน ทั้งๆที่อุตส่าห์หน้าด้านบอกออกไปทุกวัน คำที่มีความหมายมากที่สุดในชีวิตกับคนที่อยากจะให้ปกป้องเราไปตลอดชีวิต มันใกล้จะถึงวันนั้นแล้วนะคุณยุนโฮ บอกให้ผมได้รับรู้บ้างสิว่าคุณคิดอะไรอยู่
“นายกลับไปเถอะฉันอยู่ได้”
…………………………………….
………
.
“ฮึก!”
ร่างเล็กนอนกอดหมอนแน่นอยู่บนเตียง เพราะว่าร้องไห้มาตั้งแต่ที่ชางมินกลับไปจนถึงตอนนี้มันก็เกือบๆสามชั่วโมงได้ ดวงตาคู่เล็กทั้งสองข้างจึงบวมจนเกือบปิดสนิทไม่มีแม้แต่แรงที่จะฝืนลืมตาขึ้นมา
น้ำตาบ้านี่ ถึงจะไม่มีเขาอยู่ด้วยแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่านายจะอยู่ไม่ได้นี่ นายน่ะเคยเข้มแข็งไม่ใช่เหรอคิมจุนซู ก่อนที่จะมาเจอเขานายไม่ใช่คนแบบนี้นี่ นายทนได้ทุกอย่างแต่ทำไม........ใช่...นั่นมันก็แค่เมื่อก่อน แต่ว่าตอนนี้พอเจอเขาแล้วนายกลับขาดเขาไปไม่ได้แม้เพียงวันเดียว แต่สำหรับเขาแล้วนายมันไม่ใช่!! สถานะของนายมันเป็นแค่น้องชายตัวเล็กๆที่เขาอยากจะดูแลไม่ใช่คนรัก!
........................
.........
......
.
“จองยุนโฮนายจะไปไหน!!”
“โทษทีนะเพื่อนฉันมีธุระสำคัญมากกว่านี้ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้จะรีบกลับมาเคลียร์งานแล้วกัน”
ชายหนุ่มรีบคว้ามอเตอร์ไซค์คันโปรดบิดกลับไปตามทางที่คุ้นเคย หากแต่วันนี้พิเศษหน่อยเพราะเขาเลือกที่จะแวะซื้อช็อกโกแลตฟัดจ์เพื่อเอาไปไถ่โทษกับเด็กขี้งอนที่คงจะกำลังนั่งบ่นอยู่ในบ้าน
“เซอร์ไพรส์!!”
มือหนาผลักประตูเข้าไปพร้อมกับซ่อนกล่องเค้กที่แสนหอมเอาไว้เบื้องหลัง หวังว่าเข้าไปแล้วจะเจอคนตัวเล็กตีลมใส่แถมบ่นให้ฟังจนรื่นหู ไม่เคยรำคาญเลยซักนิดเดียวเพราะเวลาที่จุนซูบ่นนู่นบ่นนี้ให้ฟังมันดูมีเสน่ห์ออกจะตายไป
“จุนซู?” งอนจนต้องแอบไปมุดอยู่ในผ้าห่มอีกล่ะสิ ดูซิว่ามีขนมมาล่อขนาดนี้แล้วยังจะงอนกันอีกมั้ย
“จุนซูเลิกงอนได้แล้วน่า”
“ไม่ต้องมายุ่งกับผม!!”
มือเล็กผลักอกเจ้าของบ้านตัวโตจนกระเด็นอย่างไม่เป็นท่า กล่องขนมสีหวานร่วงลงไปกองกับพื้นไปอีกทาง ข้างในมันคงจะเละหมดแล้วล่ะ เขาคงจะใจดีกับจุนซูมากเกินไปถึงได้ทำตัวเกเรแบบนี้ แต่ก็โกรธไม่ลงหรอก
“จุนซูอา........”คราวนี้คงจะโกรธมากเลยสินะ แต่ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งเขาเอาไว้คนเดียวนี่ เห็นมั้ยว่าผมกลับมาหาเขาแล้ว ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองแย่สุดๆ คนที่อยากจะทะนุถนอมให้ดีที่สุดอย่างเขาแค่เพียงคนเดียวตอนนี้ผมยังดูแลได้ไม่ดีพอเลย แล้วต่อไปล่ะ?
“เหงามั้ย?”
มือหนาเอื้อมไปวางปุอยู่บนหัวกลมๆเหมือนทุกวัน หากแต่วันนี้คนตัวเล็กกำลังอารมณ์ไม่ดี มือเล็กๆของจุนซูจึงปัดมือของยุนโฮออกโดยไม่แม้แต่จะมองหน้า
“ไม่หรอกเพราะชางมินมาอยู่เป็นเพื่อน”
น้ำเสียงที่ตอบกลับมาแข็งเสียจนชายหนุ่มเริ่มจะอารมณ์เสีย แล้วยิ่งได้ยินชื่อคนอื่นด้วยแล้วยิ่งพาลโมโหขึ้นไปอีก คงจะดูแลกันเป็นอย่างดีเลยล่ะสิ มือใหญ่บีบต้นแขนนิ่มของร่างเล็กจนเป็นรอยแดงเถือก เขาไม่ได้อยากจะทำแบบนี้แต่ว่าจุนซูดื้อกับเขาก่อน......ดื้อเสียจนเขาไม่สามารถความคุมอารมณ์เอาไว้ได้
จุนซูจะรู้มั้ยว่าในขณะที่เขาเอาแต่ออกแรงบีบแขนเล็กของคนๆนี้จนแน่น เขาเองต่างหากที่เป็นคนรู้ดีว่ามันไม่เพียงแต่จะทำให้จุนซูเจ็บ...คนที่ทำมันก็เจ็บเช่นกัน หากแต่คนตรงหน้ากลับไม่สะทกสะท้านอะไร ยิ่งทำให้อารมณ์ตอนนี้ที่เดือดกลับร้อนเข้าไปใหญ่ ดวงตาคู่เล็กที่เริ่มจะมีน้ำตาเอ่อแต่กลับจิกสายตาที่ราวกับเกลียดชังมาให้
“เมื่อกี้ว่าอะไรนะ?”
“ผมอยู่กับชางมินก่อนที่คุณจะกลับมา”
“นายกำลังจะทำให้ฉันบ้านะจุนซู”
เสียงทุ้มกดต่ำเสียน่ากลัว ในความรู้สึกของผมตอนนี้ เขาไม่ใช่และไม่เหมือนคุณยุนโฮเลยซักนิดเดียว เขาน่ากลัวจนผมรู้สึกได้
“ก็คุณมันบ้าจริงๆนี่ บ้าจนไม่เคยที่จะใส่ใจความรู้สึกของผะ......อื้อ”
ริมฝีปากบางช่างจ้อถูกกลืนหายเข้าไปในริมฝีปากที่ร้อนแรงของคนตัวโต กำปั้นเล็กพยายามรัวทุบบนแผงอกกว้างนั่น ทั้งผลัก ทั้งดัน แต่ก็ไม่เป็นผล มือหนาสอดเข้าไปใต้ซอกคอขาวเนียนพร้อมกับกดแน่นเพื่อไม่ให้คนตรงหน้าขัดขืน ปลายจมูกโด่งเริ่มรุกรานไล่ตั้งแต่พวงแก้มนิ่ม...ร้อนจนรู้สึกได้...ก่อนที่จะลงไปถึงซอกคอเนียน...กลิ่นกรุ่นไอเหมือนเด็กยิ่งทำให้ใจเต้นเข้าไปใหญ่ แต่เขาจะต้องควบคุมสติตัวเองให้ได้ ต้องสั่งสอนเด็กไม่รู้จักโตคนนี้เสียก่อน...ก่อนจะบรรจงจุมพิตเบาๆที่หลังใบหูนิ่ม....หอมหวานยิ่งกว่าขนมชนิดไหนๆ
ริมฝีปากหนาประกบจูบเบา ก่อนที่จะกลายเป็นการมอบจุมพิตที่ลึกซึ้งและร้อนแรงที่สุดในชีวิตร่างเล็ก
ปลายลิ้นชื้นพยายามจะไขเอาความหวานจากโหลน้ำผึ้งตรงหน้า ลิ้นร้อนรุกล้ำเกี่ยวกระหวัด หากแต่คนตรงหน้าหลับถอยหนี ปลายเล็บจิกแน่นลงบนชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินเนื้อหนา ทั้งดิ้น ทั้งทุบสารพัด แต่คนตัวหนากลับไม่สะทกสะท้านแม้เพียงนิดเดียว
เพี๊ยะ!!
“ผมเกลียดคุณ”.
.
.
Wherever you go
ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนก็ตาม
Whatever you do
และไม่ว่าตอนนี้คุณจะทำอะไรอยู่
I will be right here waiting for you
ฉันก็จะยังคงอยู่ตรงนี้เพื่อรอคุณ
Whatever it takes
และไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
Or how my heart breaks
หรือแม้แต่หัวใจของฉันจะต้องแตกสลาย
I will be right here waiting for you
ฉันก็จะยังคงอยู่ตรงนี้เพื่อรอคุณ
ดวงตาคมเรียวมองทอดไปยังผืนน้ำทะเลสีครามเบื้องหน้า สายลมที่พัดเอื่อยราวกับจะเป็นเสียงกระซิบของใครบางคน เนินดินตรงหน้าที่ถูกประดับไปด้วยดอกกล้วยไม้ป่าที่คนรักของเขาชอบนักหนา เด็กคนที่วิ่งผ่านหน้าเขาไปเมื่อครู่ก็เหมือนกับคนๆนั้นไม่มีผิด
รอยยิ้ม ท่าทาง และความขี้งอนของคนๆนั้นเขายังจำได้ไม่เคยลืม .......สามปีผ่านมาแล้วก็จริง คนๆนั้นก็ไม่ต่างอะไรไปจากใบไม้ร่วงใบหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะได้ตายไปจากโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว หากแต่หัวใจดวงนี้กลับยังคงรู้สึกว่าคิมจุนซูยังคงอยู่ใกล้เขาไม่เคยห่าง อยากจะบอกคำๆนี้...กับคนที่อยู่ไกลแสนไกล...ไกลจนเกินกว่าที่จะรับรู้และเข้าใจได้...แต่ถึงยังไงฉันก็ยังอยากจะบอกกับนายอยู่นะจุนซู
………………………………………..
…………………………
……………
……….
…..
ฉันรักนาย


#1 By aMy on 2008-01-15 22:12