[SF]One Touch...[Joongshim]

posted on 01 Jan 2008 19:58 by shinzoo  in --FanFiction--

Title : [SF] First Snow
Couple : Changmin+Jaejoong
Author : yunho_prince
Rate : G
Author’s Talk : วันนี้มาแปลกเพราะผีเข้ามั้ง หรือเพราะเพื่อนที่ชอบจุงชิมมันรีเควสอันนี้ก็ไม่เข้าใจ เป็นฟิคจุงชิมเรื่องแรกที่แต่งค่ะ ใครชอบก็บอกนะ ไม่ชอบ(ในเชิงไม่ชอบคู่นี้)ไม่ต้องบอก เสียอารมณ์ แต่ถ้าเขียนไม่ดีบอกได้จ้า

 

BGM : GoYounha: During The First Snow

http://www.mediafire.com/?cfvxmeogxel

 

 





Changmin’s Diary

ธันวาคม 2005


เกล็ดหิมะปุยสีขาวร่วงหล่นเกาะจับอยู่ตามท้องถนนและอาคารบ้านเรือน ท่ามกลางอุณหภูมิที่ไม่ถึงสิบองศาในล็อตเต้เวิล์ด สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดของกรุงโซล อากาศหนาวพาลทำให้ทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหว แม้แต่ตัวผมเองยังอยากจะนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวแบบนี้นานๆไม่ออกไปไหน

ผมเกลียดหน้าหนาวอย่างจับใจเพราะทุกครั้งที่หิมะตก ผมที่เคยเป็นแค่เด็กผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งก็คงจะใช้เวลานี้เล่นหิมะอยู่กับน้องสาวอีกสองคนที่เหลืออยู่หน้าบ้าน ฤดูหนาวเมื่อก่อนของผมจึงเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความสุข

หากแต่ตอนนี้...ผมได้กลายเป็นสมาชิกอายุน้อยที่สุดในวงที่กำลังโด่งดังที่สุดในตอนนี้ของเกาหลี ผมต้องย้ายออกจากบ้านเพื่อความสะดวกในการทำงาน ขาดเรียนบ่อยๆ มีชื่อใหม่ในวงการ และที่สำคัญ......ตารางงานของสปอนเซอร์ต่างๆที่เรียงหน้าเข้ามาจนไม่มีเวลาให้กับครอบครัวเหมือนเมื่อก่อน



ไม่ใช่ว่าผมไม่มีความสุขนะ แต่ว่าผม........ยังเป็นเด็กอยู่นี่ครับ ยังไงก็ต้องรู้สึกเหงาบ้างเป็นธรรมดา



แต่คนๆเดียวที่สามารถทำให้ความเหงาของผมค่อยๆละลายออกไปได้ เขากำลังนั่งท่องเนื้อเพลงอยู่บนโซฟามุมห้องแต่งตัวตรงนั้นไงครับ พี่ใหญ่ของวงแต่ก็ไม่ใช่หัวหน้าวง

ดวงหน้าขาวราวกับปุยหิมะที่กำลังตกกระทบไฟนีออนสีเหลืองนวลอยู่ข้างนอกในเวลานี้ ใบหน้าหวานราวกับเจ้าหญิงที่มองเท่าไหร่ๆก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยซักครั้ง ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะตื่นขึ้นมาเห็นใบหน้าของเขายามนิทราอยู่เบื้องหน้าทุกเช้า .......ผมอยากจะมองแค่เขาเพียงคนเดียว



“พี่แจจุง?”

สองแขนนิ่มโอบกอดผมจากทางด้านหลัง คางมนเกยอยู่บนไหล่ผมอย่างเอาใจ กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวของพี่แจจุงยิ่งทำให้ผมหวั่นไหวอีกเป็นเท่าตัว นี่ผมเผลอคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนไม่รู้สึกตัวเลยซักนิดว่าพี่เขาเดินเข้ามาถึงตัวผมตั้งแต่เมื่อไหร่

“คิดอะไรอยู่?”

“เปล่าครับ แค่คิดอะไรเพลินๆ” จะให้ผมบอกได้ยังไงล่ะว่ากำลังคิดถึงเรื่องของพี่เขาอยู่

“จวนจะได้เวลาซ้อมแล้วนะ ไปเตรียมตัวได้แล้ว”

“ครับ”

ผมจำใจผละออกจากพี่แจจุงอย่างเสียดาย สงสัยคิ้วหนาที่ขมวดเข้าหากันกับแก้มป่องๆที่ผมตีลมคงจะไปสะดุดตาของพี่แจจุงเข้า ผมเห็นเขาขำคิกคักอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ผมจะเดินไปที่ราวเสื้อสีขาวหลายแบบจำนวนสิบกว่าตัวที่แขวนไว้

ผมหยิบเสื้อตัวหนึ่งที่มีป้ายชื่อของผมติดอยู่ขึ้นมาเปลี่ยน การที่จะต้องถอดเสื้อในหน้าหนาวที่มันทรมานไม่ใช่เล่น ผมกัดฟันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะถอดเสื้อตัวเดิมออกแล้วเปลี่ยนเป็นตัวใหม่ ไม่สนุกเลยซักนิด!


สวบ!


ท่อนแขนนิ่มภายใต้เสื้อไหมพรมสีขาวของคนๆเดิมสอดเข้ามาโอบกอดที่เอวของผมแน่น ใบหน้าเล็กซุกอยู่ที่กลางหลังของผมอย่างพอดิบพอดี หัวใจของผมเริ่มเต้นเร็วและถี่ขึ้น ผมตื่นเต้นทุกครั้งที่มีโอกาสได้อยู่ใกล้พี่แจจุง ซึ่งนั่นก็หมายถึงทุกวันนั่นเอง


“หนาวเหรอ?”

“เปล่าครับ”

“คิกๆ อย่ามาโกหกเลย ฉันเห็นนายทำใจตั้งนานกว่าจะถอดเสื้อได้ แล้วทำไมหน้าแดงจัง?”

ผมรู้สึกเขินนิดๆกับคำถามสุดท้าย

“ก็มันหนาวนี่ครับ”

ผมแก้ตัวข้างๆคูๆเพื่อไม่ให้เขาจับได้ แต่พอหันไปดูที่กระจกในห้อง...แก้มของผมมันแดงราวกับถูกฉีดสีแน่ะ


“อุ่นขึ้นมั้ย?”

สองแขนที่รวบเข้ามาหาผมแน่นขึ้น เป็นผลให้ช่องว่างระหว่างเราถูกลดลงไปด้วยเช่นกัน แผ่นหลังของผมกำลังแนบชิดกับอกของพี่แจจุงราวกับฝันไป ผมรู้สึกได้ว่าพี่เขาก็ใจเต้นแรงไม่ต่างจากผมซักเท่าไหร่

หรือว่าผมคิดไปเอง?

“อยากอยู่แบบนี้นานๆ” เสียงนั้นเบาจนผมแทบจะไม่ได้ยิน แต่ไอ้ที่ได้ยินก็ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะ

“อะไรนะครับ?”

“ปะ...เปล่าหรอก ไปข้างนอกกันเถอะคนอื่นคงรอแย่”


ผมทำท่าว่าจะเดินนำหน้าออกไปก่อน แต่พี่แจจุงกลับรั้งชายเสื้อของผมเอาไว้ ผ้าพันคอไหมพรมสีขาวผืนหนาถูกสวมลงมาทับที่ปกเสื้อสูทสีขาวของผมอีกที พี่แจจุงจัดแจงผูกมันให้เข้าที่อย่างสวยงาม ก่อนที่จะดันหลังให้ผมเดินต่อไป

“เผื่อนายจะไม่สบาย”

เมื่อกี้ผมไม่ได้ตาฝาดแน่สาบานได้ ผมเห็นพี่แจจุงแอบยิ้มที่มุมปาก ก็จะหาว่าผมขี้ตู่คิดไปเองได้ยังไงกันเล่า ในเมื่อสายตาของผมมีไว้สำหรับมองแต่เขาแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น


ข้างนอกอากาศหนาวจนเกือบจะติดลบแต่พวกลิงทั้งสิบสองตัวกับคนในวงอีกสามคนที่ออกมาก่อน เล่นกันอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหนาวกันเลยซักนิด แต่ที่แย่หน่อยก็คงจะเป็นสายตาที่จ้องเขม็งของพี่ยุนโฮเวลาเด็กดื้อของเขาอยู่กับอึนฮยอกนี่แหละครับ จ้องไม่วางตาเชียว

เราสองคน เอ่อ...หมายถึงผมกับพี่แจจุงอ่ะนะ เดินออกมาข้างนอกได้ซักพักผู้กำกับก็เรียกเราทั้งสิบเจ็ดคนไปซักซ้อมคิวที่จะถ่ายหน้าปกอัลบั้มเฉพาะกิจของพวกเรา ‘Show me your love’ อัลบั้มนี่ก็คงจะเปรียบได้กับของขวัญวันคริสต์มาสให้กับแฟนเพลงทุกคนล่ะมั้งครับ

“ชางมิน”

พี่แจจุงเดินเข้ามากระซิบบางอย่างที่ข้างหูผมก่อนที่จะรีบเดินไปหาพี่ชายคนสวยอีกคน...พี่ฮีชอล ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อเรื่องซานต้าหรอก แต่พอได้ยินสิ่งที่พี่เขากระซิบกับผมเมื่อครู่แล้ว...ผมกลับคิดว่าปีนี้ซานต้าให้ของขวัญผมไวชะมัด


อยากกลับบ้านเร็วๆจัง~


กว่ารูปที่ออกมาจะถูกใจผู้กำกับได้ก็เล่นเอาเหนื่อยไม่ใช่น้อย อันที่จริงแล้วการถ่ายปกอัลบั้มมันก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงของพวกเราเท่าไหร่หรอก เพียงแต่นานๆทีได้เจอกันครบทั้งสิบเจ็ดคนมันก็ต้องมีเรื่องให้คุยกันเยอะเป็นธรรมดา ที่เหนื่อยหน่อยก็คงจะเป็นหัวหน้าวงของเราทั้งสองฝ่ายนี่แหละ ที่ต้องคอยปรามเหล่าลิงทั้งหลายที่ส่งเสียงกันให้ดังสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงดนตรีเพลงใหม่ของพวกเรา

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่กับข้าวธรรมดาๆแค่มื้อเดียวแต่ผมก็ยังปลื้มอยู่ดีนะ เพราะว่าพี่แจจุงเขาชวนผมแค่คนเดียวนี้ครับใครจะไม่ปลื้มล่ะ


“ฮ่า! กับข้าวน่ากินจัง”

หลังจากที่พี่แจจุงพยายามไล่ให้ทุกคนเข้าไปนอนเพราะอ้างว่าทำงานกันจนเหนื่อยมาทั้งวันแล้วควรจะพักผ่อน จนเหลือแค่พบกับพี่เขาสองคน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้ลูกชิ้นตัวดีมันมานั่งอยู่ข้างๆผมพร้มอกับสูดกลิ่นอาหารมื้อพิเศษของผมได้ยังไง

“ก็กินด้วยกันซะเลยสิ”

ผมชวนพอเป็นพิธีแต่ไม่นึกว่ามันจะเอาจริงแฮะ พี่แจจุงลุกขึ้นพรวดออกจากห้องกินข้าวเข้าห้องน้ำทันที ท่าทางเจ้าตัวการนี่คงจะไม่รู้ว่ากำลังทำให้บรรยากาศที่หวานหอมของผมต้องพังทลาย ไอ้เสียดายที่จะต้องอดกินข้าวสองต่อสองกับพี่แจจุงมันก็เสียดายอยู่หรอกครับ แต่ผมคงจะโกรธคนตาใสๆหน้าซื่อๆของหัวหน้าไม่ลง



หลังจากวันที่ระเบิดลุกย่อมๆถูกปล่อยลงกลางโต๊ะกินข้าวในคืนนั้น พี่แจจุงก็ยังไม่คุยกับผมเลยแม้แต่คำเดียว เดินผ่านยังไม่อยากจะมองหน้าเลยมั้งครับ คิดถึงกอดอุ่นๆของพี่แจจุงจนแทบใจจะขาด

วันนี้คงเป็นวันส่งท้ายปีเก่าที่แสนเศร้าที่สุดในชีวิตของผมเลยมั้งครับ พรุ่งนี้จะเป็นวันปีใหม่แล้วนะพี่แจจุง ผมเคยลองถามดูแล้วแต่ว่าเขากลับบอกว่ารอให้ถึงวันที่สามสิบเอ็ดก่อนแล้วจะบอกว่าอยากได้อะไร แต่จนบัดนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าพี่อยากได้อะไรกันแน่ เพราะปากพล่อยๆที่ดันไปชวนไอ้ตัวยุ่งนั่นแท้ๆเลยเชียว ผมอยากร้องไห้จัง


วันนี้เราทั้งห้าคนจัดงานเลี้ยงกันนิดหน่อยเพราะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้กลับบ้านเลยซักคนเดียว แม้แต่พี่ยุนโฮที่โหยหวนเพราะคิดถึงน้องสาวสุดที่รักอย่างเอาเป็นเอาตายก็เถอะ วันนี้เลยเหมือนหมีถูกปลดปล่อยออกจากกรงเพราะพี่ยุนโอเล่นร้องเพลงซะเต็มที่ตั้งแต่เย็นจนบัดนี้ยังไม่ยอมวางไมค์ ผมชักจะรำคาญแล้วนะเนี่ย


ห้าทุ่มกว่าแล้ว พี่ยุนโฮเริ่มเมาไม่รู้เรื่องจนต้องลำบากให้คนของเขาแบกกลับเข้าไปในห้อง แต่ท่าทางหมาป่าจะเริ่มออกลายเพราะผมได้ยินพี่เขาพูดว่า”คืนนี้อยากินลูกแกะ” เล่นเอาคนแบกเขินจนคนตัวโตโดนทุบไปหลายที ส่วนพี่ยูอนที่ยังไม่ได้ดื่มก็กะว่าจะไปดวดเบียร์พร้อมกับเคาน์ดาวน์ที่ห้องของพวกซุปเปอร์จูเนียร์ต่อ ส่วนผมน่ะเหรอ เฮ่อ~! ผมจะนอนตรงนี้แหละ........ให้มันหนาวตายไปเลย


ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมพี่แจจุงถึงยังไม่เข้าไปในห้องอีก ทั้งๆนี่มันก็เกือบจะเที่ยงคืนอยู่แล้ว ผมปูที่นอนลงตรงหน้าทีวีแล้วหันไปส่งสายตาอ้อนวอนสุดฤทธิ์ให้กับนางฟ้าที่นั่งอยู่ข้างบนโซฟาเหนือผม หวังเพียงแค่จะได้อ้อมกอดอุ่นๆหรือหอมแก้มก่อนนอนก็ยังดี


“พี่ยังไม่ได้บอกผมเลยนะว่าปีนี้อยากได้อะไร”

เรานั่งมองหน้ากันอยู่นาน ไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆที่จะหลุดออกจากปากของพี่แจจุง มีแต่สายตาของผมที่มองอย่างโหยหา จนนาฬิกาเรือนใหญ่สีดำบนข้างผนังตีบอกเวลาเที่ยงคืน

มือนิ่มฉุดแขนของผมอย่างแรงจนผมขึ้นไปนั่งอยู่บนโซฟาเดียวกับเขา ก่อนที่จะดึงผมเข้าไปรับไออุ่นที่โหยหามานาน........ไม่ใช่เพียงแค่อ้อมกอดเท่านั้น....หากแต่มีริมฝีปากนุ่มชวนสัมผัสเป็นของขวัญต้อนรับวันปีใหม่ที่แสนวิเศษที่สุดสำหรับผม ผมจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ดี ตอนที่พี่เขาขโมยจูบแรกของผมไป มันต่างกันนะ......เพราะตอนนั้นผมยังไม่มีความรู้สึกพิเศษแบบนี้กับพี่แจจุง......



พี่แจจุงแช่สัมผัสอ่อนโยนนั้นเอาไว้นาน ราวกับว่าอยากจะชดเชยให้มันคุ้มค่า แต่ผมกลับคิดว่ามันยังน้อยเกินไปสำหรับสิ่งที่พี่เขาแกล้งผมมาตลอดหลายวัน


“เขาบอกว่าถ้าใครได้จูบกับแฟนของตัวเองในนาทีแรกของวันขึ้นปีใหม่.......จะโชคดีตลอดไป”

แฟน? พี่แจจุงเรียกผมว่าแฟน นี่ผมไม่ได้หูฟาดไปอีกแล้วใช่มั้ย ถึงแม้ว่าอยากจะโทษแสงไฟในห้องที่มันสว่างไม่พอเพื่อจะได้ดูให้แน่ใจว่าใบหน้าหวานๆของนางฟ้าตรงหน้าของผมแดงแค่ไหนก็เถอะ แต่ผมไม่โกรธเลยซักนิดเพราะตอนนี้ผมกำลังดีใจนี่ครับ หัวใจของผมมันเต้นอย่างกับลิงโลด

“นี่แหละของขวัญวันปีใหม่ที่ฉันอยากได้”



“นายเป็นเด็กทำอะไรคิดถึงฉันบ้างก็แล้วกัน บางที.....ฉันก็ตามความคิดของนายไม่ทัน”


ผมอยากจะขอบคุณซานต้าซักพันครั้งที่เอาของขวัญสุดวิเศษของปีนี้มาให้ และผมล่ะอยากจะทำโทษที่พี่แจจุงแกล้งผมจริงๆนะ แต่ผมไม่กล้าทำหรอกครับ........ก็ผมน่ะรักเขาอย่างกับอะไรดี


แล้วความรักของคุณล่ะครับ เป็นยังไงบ้าง


.

.

**************

THANKS FOR READ & COMMENT

edit @ 1 Jan 2008 20:37:12 by yunHO_Prince

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ๊า~ One Toucjh!!!!
กรี๊กร๊าด...น่ารักได้อีกคร่ะคู่นี้ ,,>___<,,
เนื้อเรื่องหวานน่ารักเชียว...
แต่ไม่เลี่ยนนะ กำลังดี การเขียยแบบ
POV ก็เป็นอะไรที่เข้าใจง่าย โดยส่วนตัว
ชอบค่ะ (และก็ชอบจุงชิมด้วย กั่กๆ โฮซูก็ชอบนะ)

พีเอสๆ เราเล่นบอร์ดจุงชิมก่าโฮซูชิมิก้ะ? แอบคุ้นๆยูส อิอิ

พีเอสๆ ขอแอ๊ด fav. เน้อ~


#1 By S l o t C A N D Y ❤ on 2008-01-01 22:09

ตาย !!!!!!!!!!!!!!!
ตายคาที่กะความน่ารักของคู่นี้ -*-!!!!!!!!!!!!

อีกหนึ่งก้อ้อนซะ
อีกหนึ่งก้เจ้าเล่ห์ซะ
โฮกกกกกกกกกกกกก!! ตายคาที่

#2 By LolliPop_Zaa (67.15.24.45) on 2008-01-03 19:29

แวะมาสวัสดีปีใหม่ค่ายังไม่มีเวลาอ่านฟิคหนูนะจ๊ะ เด๋วจะแว๊บมาอ่านใหม่ค่า มีความสุขมากๆนะจ๊ะ

#3 By aMy on 2008-01-05 11:56

เป็นฟิค จุงชิม เรื่องแรกที่อ่าน

แต่น่ารักดีค่า

big smile

#4 By double ^p^ (61.7.131.197) on 2008-01-09 16:46

โอย....น่ารักโคตรๆ...หวานกันหยดย้อยเลยทีเดียว...

ชอบมากๆ เลยนะคะ...อ่านแล้วยิ้มตาม....

...มีความสุขตามไปด้วย...เฮ้อ

โรแมนติกจังเน้อ...แต่งเก่งมากๆ เลยนะคะ

แบบว่าอ่านแล้วไม่ติดขัดเลยอ่ะ...ลื่นไหลมั่กๆเลยค่ะ

ชอบคู่นี้มากมายค่ะ

#5 By Nettochan on 2008-02-19 09:28

อร๊ายยกรี๊สสส
น่ารักริงคู่นี้

แบบว่านานๆะได้อ่านคู่จุงชิมแบบหวานหยดซะที
หุหุ บังเอิญแวะผ่านมาหน่ะคะ
ว่างๆไปเยี่ยมเรามั่งนะ
แต่งฟิคเหมือนกันอะ
แต่มินออกแนวน่าสงสารsad smile

สาดน้ามๆๆๆขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#6 By IamCasSY on 2008-04-15 17:23

โฮกกกกกก ชอบจุงชิมค่า น่าร๊ากกกก งึดๆๆ

#7 By Blissfullyme (58.8.104.152) on 2008-06-21 05:33